กรมอุตุฯประกาศพื้นที่สีแดงเตรียมรับมือ

อีกหนึ่งข่าวสารน่าติดตามจากสถานการณ์สภาพอากาศในบ้านเราที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งสำหรับท่านที่กำลังเตรียมแผนการเดินทางอาจต้องมีการเพิ่มเส้นทางสำรองไว้ในบางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการสัญจรอย่างปลอดภั ย โดยอากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2563 – 18 มีนาคม 2563 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 12-13 อากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 63 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 14 – 18 มีค 63

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 12 – 13 มีค 63 อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมอ่อน ความเร็ว 5-10 กม ชมส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มีค 63 อากาศร้อนในตอนกลางวันโดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นทีอุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม ชม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 12 – 13 และ 16 – 18 มี.ค. 63 อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม ชมในช่วงวันที่ 14 – 15 มี.ค. 63 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม ชม

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 12 – 14 มีค 63 อากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม ชมส่วนในช่วงวันที่ 15 – 18 มีค 63 อากาศร้อนในตอนกลางวันโดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม ชม

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 12 – 13 มีค 63 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มีค 63 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ตลอดช่วงในช่วงวันที่ 12 – 13 มีค 63 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตรในช่วงวันที่ 14 – 18 มีค 63 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ตลอดช่วงในช่วงวันที่ 12 – 13 มี ค 63 ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากว่า 1 เมตรในช่วงวันที่ 14 – 18 มี ค 63 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 12 – 13 มีค 63 อากาศร้อนในตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม ชมส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มีค 63 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงอุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม ชม

ทั้งนี้สำหรับชาวนาและเกษตรกรที่ปลูกพืชผลทางการเกษตรก็ควรมีแผนการเตรียมรับมือกับฝนฟ้าในบ้างพื้นที่ด้วยเพื่อลดความเสี ย หายของผลผลิตในฤดูนี้ สำหรับประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณที่มาจาก กรมอุตุฯ , siamtopic