ขอความร่วมมือ วัดทั่วประเทศงดจัดงานประจำปี หวั่นโควิด-19

สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง จากกรณี สถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19  เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ และมีผลกระทบทุกวงการจริงๆ สำหรับผลพวงการระบาดของไรรัสร้ายอย่าง โควิด-19 หรือโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 ที่ตอนนี้ในประเทศไทยต่างเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์กันแบบเกินร้อย ที่เห็นได้หลักๆก็คงจะเป็นเรื่องการเลื่อนจัดงานใหญ่ๆของวงการอีเวนท์ ที่เรียกได้ว่าแคนเซิลกันเป็นว่าเล่น อย่างล่าสุดงานให้อย่าง Motorshow 2020 ก็ได้มีประกาศเลื่อนออกไป พร้อมกับความหวังเงินก้อนใหญ่กลับบ้านปีใหม่ของคนอีเว้นท์

สถานการณ์ของประเทศเกาหลีก็เป็นที่น่าจับตามองเอามากๆ เนื่องจากการระบาดของที่นั่นยังน่าเป็นห่วง แรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่ที่เกาหลี หรือที่เรียกๆกันว่าผีน้อย(เนื่องจากวิธีการไปทำงานไม่ถูกต้องเท่าที่ควร) จึงออกมาดิ้นรนหนีกลับประเทศไทย ซึ่ง ณ เวลานี้ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เดินทางกลับมาถึงภูมิลำเนาแล้ว ก็หวังว่า มาตรฐานการคัดกรองของเรา จะควบคุมคนพวกนี้ได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น เพราะไม่อย่างงั้นแล้วล่ะก็ ได้บันเทิงกันทั้งประเทศแน่ๆ

ล่าสุดทางการบ้านก็ได้เล็งเห็นว่า ควรจะงดช่องทางในการ นำกลุ่มคนเยอะๆมารวมกัน เช่นงานประจำปี หรืองานรื่นเริงต่างๆทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างจริงจัง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดเสวนาสาธารณะเรื่องกู้วิกฤตภัยแล้ง และระบบประปาน้ำเค็มปี 2563 จัดโดยสำนักงานราชบัณฑิตยสถาน ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า ในส่วนของวัดทั่วประเทศที่อยู่ในความดูแลได้แจ้งไปแล้วหากช่วงนี้วัดไหนที่มีงานประจำปี ที่จะรวมคนจำนวนมาก หากเป็นไปได้ขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงงดการจัดงานออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าวัดไหน ยกเลิกไม่ได้ จะต้องมีมาตรการป้องกัน คัดกรองคนเข้าไปรวมกันให้ได้ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีการวัดไข้คัดกรองคนเข้างาน มีเจลล้างมือตั้งตามจุดต่างๆที่จัดงาน มีหน้ากากอนามัย แจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมงานด้วย

ส่วนกิจกรรมใหญ่ๆในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ เบื้องต้นมีประมาณ 6 งานใหญ่ ทั้งงานวันสำคัญทางศาสนา วันสถาปนากรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งจะมีกิจกรรมทำบุญใหญ่ที่สนามหลวง รวมผู้คนไว้จำนวนมาก ก็อาจจะต้องงดกิจกรรมส่วนนี้ ให้แยกย้ายไปทำบุญกันเองเพื่อความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ยังไม่ขอยืนยันเพียงแค่เป็นแนวทางเบื้องต้น เนื่องจากต้องรอติดตามสถานการณ์ความรุนแรงของไวรัส อีกอย่างน้อย 10-15 วันจึงจะนำมาเรื่องนี้มาประเมินอีกครั้ง

สำหรับวัดในช่วงนี้ได้ประสานแจ้งขอให้เพิ่มมาตรการในการรักษาความสะอาด ด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสของนักท่องเที่ยวหรือประชาชน เช่น ราวบันได ลูกบิดประตูเพิ่มอย่างน้อยเป็นวันละ 2 ครั้ง รวมทั้งจะได้ประสานไปยังกรมการค้าภายในขอแบ่งหน้ากากอนามัยเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับพระสงฆ์ภายในวัด เบื้องต้นจะนำมาแจก จ่ายให้กับวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละวันหลังจากนั้นจึงจะค่อยกระจายไปยังวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป

นายเทวัญ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของหน้ากากอนามัยที่หลายพื้นที่ร้องเรียนเข้ามาว่าขาดตลาดนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แต่ในฐานนะที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) อยู่ในความดูแล ได้ประสานให้เข้าไปร่วมกับกรมการค้าภายในบูรณาการทำงานร่วมกัน พร้อมเตรียมจะตั้งศูนย์รับเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวเรื่อง โควิด-19 โดยเฉพาะ จะแถลงทุกวันเวลา 15.00 น.ของทุกวัน แต่จะแตกต่างจากการตั้งโต๊ะแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุข ในเบื้องต้นยังไม่ได้สรุปออกมาว่ลจะออกมาในรูปแบบไหน รอตกผลึกแล้วจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหากจำเป็นต้องออกไปในพื้นที่คนแออัด และที่สำคัญ กินร้อนช้อนกลางล้างมือ

ที่มา : สำนักข่าวไทย