คุณหมอวัย 62 เผยแนะนำ ดูแล กระดูก เพิ่มแคลเซียล โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ

เป็นอีกหนึ่งสาระประโยชน์ดีๆ นายแพทย์หนุ่มชื่อดังจากญี่ปุ่น จะบอกว่าหนุ่มก็ไม่ใช่ เพราะท่าน อายุ 62 แต่ยังดูหนุ่มและแข็งแรงเท่าตอนอายุ 36 เลยละ วันนี้ท่านออกมาเผยแนะนำ นอกจากกินมื้อเดียวอย่างที่เคยบอกก่อนหน้านี้ แล้ว ยังต้องเดินมาก อีกด้วย เพราะอะไร ตามไป อ่ า น ให้จบนะ

คุณหมอหนุ่ม แนะนำให้เราเดินมากขึ้นเป็น 2 เท่า จากปกติ เดิน วันละ 5,000ก้าว เปลี่ยนมาเดินเป็น 10,000 ก้าวแทน ปกติเดินทางลัด ให้เปลี่ยนมาเดินทางอ้อมแทน เพราะการเดินมาก สามารถสร้าง ก ร ะดู กขา ให้แข็งแรง ชดเชยแคลเซียมได้

นั่นก็คือเป็นคำแนะนำ จากนายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโมะ (Yoshinori Nagumo )ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพย าบาล 4 แห่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้เขียนหนังสือซึ่งเป็นผลงานระดับ Best sellerในญี่ปุ่นมาหลายเล่ม เกี่ยวกับการรั กษ าร่ า งกายให้แข็งแรง ดูหนุ่มสาวตลอด

และหนึ่งในนั้น มีบทหนึ่งที่ชื่อว่า “มาชดเชยแคลเซียมด้วยการเดินกันเถอะ” ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัย อย า กขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้

คุณหมอแนะนำว่า “ถ้าอย า กทำให้ก ร ะ ดู กแข็งแรง ต้องเดินให้มากเป็นสองเท่าของคนทั่วไป เพราะแรงโน้มถ่วง จะทำให้ก ร ะ ดู กเพิ่มปริมาณแคลเซียมในก ร ะ ดู กได้ตามธรรมชาติ”

ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมจึงมีการพูดกันโดยทั่วไปว่า แคลเซียมจะลดน้อยลงตามอายุล่ะ?? คุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า แต่เดิม ก ร ะ ดู กเป็นเหมือนธนาคาร ซึ่งเก็บสะสมแคลเซียมเอาไว้ เมื่อแคลเซียมใน เ ลื อ ด ลดลง ก็จะนำแคลเซียมจากก ร ะ ดู กมาใช้แทน และเมื่อผู้สูงวัยมีการเดินที่ไม่เพียงพอ ก ร ะ ดู กก็จะค่อยเปราะบางลง

ถึงแม้จะกินแคลเซียมมากเพียงใด ก็ไม่มีผลช่วยอะไรมากนัก เพราะปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ “ปริมาณการออกกำลังกาย” ที่ผู้สูงวัยมีลดน้อยลง ซึ่งบางรายในแต่ละวัน แทบไม่ได้มีการขยับตัวเลยนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับปริมาณฮอร์โมนที่ลดลงอีกด้วย เพราะเดิมทีฮอร์โมนเ พ ศ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเ พ ศ หญิง หรือฮอร์โมนเ พ ศ ชาย ต่างก็มี “ฤnธิ์เสริมสร้าง” ทำให้ก ร ะ ดู กแข็งแรงและกล้ามเนื้อบึกบึน

สำหรับผู้ชายนั้น ถึงแม้จะใกล้วัย 80 ปี แต่ปริมาณฮอร์โมนเ พ ศ ชายที่ผลิตออกมา ก็ไม่น้อยไปกว่าช่วงวัยรุ่น ในขณะที่ฮอร์โมนเ พ ศ หญิง จะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี และจะหยุดผลิตเมื่อหมดประจำเดือนตอนอายุประมาณ 50 ปี

แน่นอนว่าหากไม่มีฮอร์โมนเ พ ศ ก็จะไม่สามารถหล่อเลี้ยงร่ า งกายได้ ธรรมชาติจึงจำเป็นต้องผลิตฮอร์โมนทดแทนขึ้นมา ชื่อว่า “แอนโดรเจน (Androgen)” ซึ่งเป็นฮอร์โมนเ พ ศ ชาย ที่หลั่งออกมาจากต่อมหมวกไตเพื่อชดเชยฮอร์โมนเ พ ศ หญิงในส่วนที่ข า ด แต่แอนโดรเจนก็ไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอ ก ร ะ ดู กจึงไม่สามารถรั กษ าแคลเซียมเอาไว้ได้

นอกจากนั้น พวกเราผู้สูงวัย ยังมีแนวโน้มที่จะเดินน้อยลงเรื่อย
ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงยิ่งทำให้ข า ดแคลเซียมมากขึ้นไปอีก ส่งผลทำให้มีอาการป ว ดหัวเข่า และ ป ว ดสะโพก พอป ว ดแล้วก็จะยิ่งเดินน้อยลงไปอีก จนถึงขั้นต้องนั่งรถเข็น ซึ่งจะยิ่งเข้าสู่วงจรແย่ ที่ทำให้เพื่อนยิ่งมีก ร ะ ดู กอ่อนแอลงไปจนเกินแก้ไขเดินด้วยขาตนเองไม่ได้

ในทางกลับกัน ต่อให้เป็นวัยหนุ่มสาว หากนั่งทำงานอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ วันแทบไม่มีการขยับตัว แล้วจู่ วันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาใช้ขาอย่างหักโหมในการไปท่องเที่ยวทันที ก็จะมีอาการป ว ดข้อป ว ดเข่า เพราะร่ า งกายไม่เคยชิน ดังนั้น เราจึงควรฝึกนิ สั ยรักการเดินให้เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ

คุณหมอโยะชิโนะริ นะงุโมะ (Yoshinori Nagumo )มีอายุถึง 60 ปีแล้ว แต่อายุก ร ะ ดู กที่ตรวจวัดได้ ยังมีอายุเพียง 28 ปี ซึ่งอ่อนกว่าอายุจริงกว่า 30 ปี นั่นเป็นเพราะคุณหมอรักการเดินเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณหมอบอกว่า การเดินน้อยในวัยเด็กที่สะสมมา จะมีผลอย่างยิ่งต่อระดับความรุ นแร งของโ ร คก ร ะ ดู กพรุน เมื่ออายุมากขึ้น

ดังนั้น พ่อแม่ที่โอ๋ลูกมาก ไม่ยอมให้ลูกได้เดินไกล เพราะกลัวลูกเหนื่อย หรือกลัวลูกลำบาก ควรจะรีบเปลี่ยนความคิดใหม่ อย่าได้ทำร้ า ยสุขภาพของลูกในระยะย าว ที่จะเดินด้วยขาตัวเองไม่ได้ เมื่อมีอายุที่มากขึ้น เเละคุณหมอบอกว่า

พ่อแม่ชาวญี่ปุ่น จะฝึกให้ลูกเดินเยอะ ถ้าบ้านและโรงเรียนไม่ไกลจากกันมากนัก ก็จะใช้วิธีเดินไปกลับ แทนการนั่งรถไฟฟ้า หรือ ถ้าขึ้นรถไฟฟ้า ก็จะพย าย ามให้เด็กได้ยืน เพื่อฝึกกำลังขาและสะโพก เพราะการฝึกขาและสะโพกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก จะเป็นตัวกำหนดความแข็งแรงของก ร ะ ดู กไปตลอดชีวิต”