ดีใจกันยกใหญ่ เปิดตัว WIN Masks หน้ากากซักได้

เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับในช่วงนี้ ที่หน้ากากอนามัยกำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของคนทั้งประเทสเป็นอย่างมาก สำหรับในช่วงที่ผ่านมานี้ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราช พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนา และสถาบันเทคโนโลยี โดยการสนับสนุนของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ ได้วิจัยและนวัตก ร รม ได้จัดแถลงข่าว

ร่วมวิจัย และพัฒนาหน้ากากอนามัยจากผ้า Nano กันไรฝุ่นศิริราช

ในช่วงวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ทางด้าน ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ตำแหน่งงานคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้เป็นประธานแถลงข่าวร่วมด้วย รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ หัวหน้าหน่วยวิจัยสนามไฟฟ้า (ประยุกต์) วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มทร.ล้านนา รศ.วรรณะ มหากิตติคุณ นั ก วิ จั ยพัฒนาผ้ากันไรฝุ่นศิริราช และ รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช

ได้คิดค้นนวัตก ร ร มหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks เพื่อป้องกันปัญหาในปัจจุบันนี้ และยังสามารถช่วยลดปัญหาขยะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ด้วย

ตัวหน้ากากมีโครงสร้าง 3 ชั้น

1) ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชชนิดทอแน่น เคลือบสารนาโนกันน้ำ

2) ผ้าไมโครไฟเบอร์ผสม ZnO ที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื๊อ

3) ผ้าฝ้ายที่สามารถดูดซับน้ำจากไอจาม ผ้า 3 ชั้นทำงานร่วมกัน ทำให้สามารถกรองฝุ่นและละอองฝอยจากเสมหะขนาดเล็กระดับ 2.5-5 ไมครอนได้ ซักล้างได้ มีคุณภาพมาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ

ทางด้านการส่งมอบในช่วงระยะแรก ภายใน 3 สัปดาห์ จะสามารถทำการส่งมอบได้ไม่เกิน 7,000 ชิ้น ภายใต้การบรรจุภัณฑ์ทำความสะอาด ให้กับทางโรงพยาบาลหลักๆก่อน ส่วนการขยายผลในช่วงระยะเวลาต่อไป จะระดมทุนโดยอาศัยกลไกของ Crowd Funding ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ให้โรงงานที่ได้รับมาตรฐาน รับดำเนินการผลิต ขยายผลให้ทางบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ และดำเนินการให้ถึงมือประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนหลักหมื่นหลักแสนชิ้น ขึ้นอยู่กับผลการระดมทุน และกำลังในการผลิตของโรงงาน

การเลือกใช้หน้ากากผ้าในการป้องกัน ต้องพิจารณาคุณสมบัติที่สำคัญดังต่อไปนี้

1 ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากาก(Particle filtration efficiency: PFE) ที่สามารถป้องกันหรือกรองฝุ่นละอองฝอยขนาด 5 ไมครอนได้

2 สามารถป้องกันการซึมผ่านของละอองฝอยเสมหะ หรือสารที่เป็นของเหลว (Fluid resistance) จากภายนอกสู่ผู้สวมใส่ และจากเสมหะผู้สวมใส่สู่ภายนอกได้

3 ความกระชับของหน้ากาก (Fit test) สามารถสวมใส่ได้แนบกับใบหน้า ป้องกันอากาศจากภายนอกเข้าได้

4 มีการซึมผ่านของอากาศได้ดี (Permeability Test) ไม่ทำให้การหายใจลำบาก

5 สามารถซักซ้ำได้โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติทั้ง 4 ด้าน

คุณสมบัติผ้ากันไรฝุ่นศิริราช

– ทําจากผ้าทอแน่นพิเศษ (Tightly woven) โดยใช้เส้นด้ายขนาดจิ๋ว (Microfibers) ให้มีจํานวนเส้นด้าย(Thread count) มากกว่า 270 เส้น/ตร.นิ้ว

– มีขนาดรูผ้า (Pore size) 4-5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าละอองฝอยของเสมหะ (droplet)

ส่วนประกอบ 3 ชิ้นที่สำคัญของหน้ากากอนามัยจากผ้านาโนกันไรฝุ่น WIN-Masks

1 ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชเคลือบสาร Nano มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ และกรองฝุ่นละอองฝอยขนาด 5 ไมครอนได้

2 ผ้าไมโครไฟเบอร์ ผสม ZnO มีคุณสมบัติยับยั้ง เ ชื๊ อ

3 ผ้า cotton เบอร์ 30 คุณสมบัติดูดซับสารหรือความชื้นที่มาจากผู้ใช้

การออกแบบและดีไซน์ เพื่อให้แนบกับใบหน้าและสวมใส่สบาย

– แนวคิด และรูปแบบในการออกแบบ หน้ากาก WIN-Masks ออกแบบโดยทีมออกแบบของ ศลช. มุ่งเน้นการออกแบบที่ทันสมัย และสวมใส่สบาย มีหลายขนาด Small Medium Large

ผลการทดสอบคุณสมบัติหน้ากาก WIN-Masks

– ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากาก (Particle filtration efficiency)

– เบื้องต้น หน้ากากต้นแบบสามารถป้องกันหรือกรองฝุ่นละออง 2.5 ได้ 65% ซึ่งมีค่าใกล้เคียง Surgical mask ทั่วไป และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้สามารถกรองฝุ่น 2.5 ได้ไม่ต่ำกว่า 80% ในชุดส่งมอบหน้ากาก 5,000 ชิ้น

ความสามารถในการป้องกันการซึมผ่านของเหลว (Fluid resistance)

– ผลการทดสอบโดยการหยดน้ำลงบนพื้นผิวผ้ากรองไรฝุ่นที่เคลือบด้วยสารนาโน พบลักษณะน้ำกลิ้งบนใบบัว โดยที่น้ำไม่ซึมไปในเนื้อผ้า

ความกระชับของหน้ากากเมื่อสวมใส่ (Fit test)

– ค่า Fit efficiency คือการทดสอบ ประสิทธิภาพการกรองอากาศจากภายนอกเมื่อสวมใส่ในคนทั่วไป พบว่า WIN-Masks สามารถป้องกันอากาศจากภายนอกเข้าได้ประมาณ 68% ซึ่งดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปที่สามารถป้องกันอากาศจากภายนอกได้เพียง 62%

– ค่า Fit Factor เท่ากับ 3.11 หมายความว่า อากาศภายในหน้ากากนั้นมีความสะอาดมากกว่าอากาศภายนอก 3 เท่า ซึ่งมีค่าดีกว่า หน้ากากอนามัยทั่วไป (Surgical Mask) ซึ่งได้ค่า 2.65

ทดสอบการซึมผ่านของอากาศ (Permeability Test)

– ผลทดสอบการซึมผ่านของอากาศ ของผ้ากันไรฝุ่นศิริราช ตามมาตรฐาน ISO 9237 : 1995 (E) โดยสถาบันพัฒนาสิ่งทอ แห่งประเทศ ได้ค่าเฉลี่ย 0.709 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต่อตารางเซนติเมตร ต่อวินาที (โดยค่า = 0 แปลว่าไม่สามารถซึมผ่านได้ ค่า = 1 แปลว่ามีอากาศซึมผ่านที่ดีมาก)

ทดสอบการหายใจด้วยอาสาสมัคร ในสภาพการทำงานในที่ร่ม พบว่าสามารถใส่ได้นานไม่รู้สึกอึดอัด

– สามารถซักซ้ำได้ประมาณ 30 ครั้ง

ผลการทดสอบคุณสมบัติหลังการสักซ้ำที่

– 0 ครั้ง มีประสิทธิภาพการกรองที่ อนุภาค 0.3 ไมครอน ประมาณ 34%

– 30 ครั้ง มีประสิทธิภาพการกรองที่อนุภาค 0.3 ไมครอนประมาณ 45%

หน้ากากอนามัย WIN-Masks ควรใช้กับกลุ่มเสี่ยงใด

– กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ ให้บริการผู้ที่ป่วยทั่วไป ทั้งที่ผู้ป่วยนอกและผู้ที่ป่วยใน และไม่ได้ดูแลผู้ที่ป่วย (confirm cases) อย่างใกล้ชิด เช่นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร พนักงานเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่เวชระเบียนประชาสัมพันธ์ การเงินเป็นต้น

– กลุ่มบุคลากร (Non Healthcare) ที่ ต้องให้บริการประชาชนจำนวนมากแบบ เผชิญหน้า ( Face to Face) เช่นพนักงานบนเครื่องบิน คนขับแท็กซี่ พนักงานท่าอากาศยานเป็นต้น

– ประชาชน ทั่วไปที่ต้องอยู่ในกลุ่มชนหรือพบปะผู้คนจำนวนมาก

– อย่างไรก็ตามการป้องกันนอกจากการสวมหน้ากากแล้ว ต้องร่วมกับการล้างมือ ทุกครั้ง หรือล้างด้วย 70 เปอร์เซ็นแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 20 วินาที ก่อนสัมผัส จมูกปากหรือขยี้ตา และการปฏิบัติสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน แยกภาชนะบรรจุอาหาร ไม่ใช้อุปกรณ์การรับประทานอาหารร่วมกัน เช่นแก้วน้ำ หลอดกาแฟเป็นต้นและหลีกเลี่ยงไปในที่ชุมชนคนหมู่มากคือวิธีที่สำคัญในการป้องกันตัวเอง

ข้อควรระมัดระวัง และการเก็บรักษา ทำความสะอาด

– หากใส่หน้ากาก แล้วมีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ให้ถอดหน้ากากออก

– เมื่อหน้ากากฉีกขาดชำรุดหรือเปื้อนด้วยเสมหะหรือสาร ควรเปลี่ยนหน้ากากอันใหม่

– หน้ากากผ้าใช้แล้ว ควรใส่ถุงพลาสติกหรือถุงซิปล็อคเพื่อปิดปากถุงให้แน่นสนิทและนําไปซักทำความสะอาด

– การทำความสะอาดควรใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือผงซักฟอก ไม่ควรใช้แปรง และไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม โดยใช้ภาชนะทำความสะอาดแยกจากผ้าทั่วไป

– มื่อซักแล้วควรผึ่งตากแดดจนแห้งสนิท ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่

ขอบคุณ : tnnthailand, springnews